น้ำตกสี่ขีด

เพราะพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นเทือกเขาหินปูนจึงก่อให้เกิดน้ำตกหินปูนที่สวยงาม และนั่นคือน้ำตกสี่ขีด ไฮไลท์ของอุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีดนั่นเอง น้ำตกสายนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น โดดเด่นด้วยธารน้ำสีเขียวมรกตที่มาพร้อมแอ่งน้ำกว้างใหญ่หลายแห่งที่สามารถลงเล่นน้ำได้ และด้วยสภาพส่วนใหญ่เป็นหินปูน ตะไคร่น้ำจึงไม่จับ ทำให้ช่วยลดอันตรายจากการลื่นล้มได้ กล่าวสำหรับอุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีดนั้นตั้งอยู่ในแนวทิวเขานครศรีธรรมราชที่สูงชันสลับซับซ้อน มีสันปันน้ำเป็นแนวแบ่งเขตระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี และมียอดเขาคีโหมดเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด โดยมีความสูง 1,303 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

วนอุทยานภูชี้ฟ้า

ภาพของภูเขาสูงที่มีแสงอาทิตย์สีทองสาดจับยามเช้าตรู่ที่มีผืนทะเลหมอกสีขาวโพลนสุดอลังการอยู่เบื้องล่าง คือภาพของภูชี้ฟ้าที่ได้กลายสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะกับนักเดินป่าท่องธรรมชาติแล้ว ครั้งหนึ่งในชีวิตของพวกเขาต้องได้มาเยือนภูสูงแห่งนี้เลยทีเดียว วนอุทยานภูชี้ฟ้าอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราวๆ 1,200 – 1,628 เมตร โดยในอดีตนั้นเคยเป็นสมรภูมิรบ ที่เกิดจากความขัดแย้งทางความคิดทางการเมือง ระหว่างกลุ่มคนยึดมั่นในแนวทางคอมมิวนิสต์ และได้จัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยขึ้น กับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ต้องเข้าปราบปรามจนเกิดเหตุการณ์นองเลือดอันน่าสลดใจ ครั้นเรื่องราวต่าง ๆ ได้คลี่คลายหวนคืนสู่สันติสุขอีกครั้ง ความงดงามของภูชี้ฟ้าก็เริ่มเป็นที่กล่าวขาน จากภาพของหน้าผาสูงที่ยื่นล้ำเข้าไปในฝั่งลาว และเป็นจุดที่สูงที่สุด ในดอยผาหม่นจนได้รับฉายาว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด และมีสภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะใน ช่วงฤดูหนาวนั้น ที่นี่จะหนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสความหนาว ชมทะเลหมอกยามเช้า และดื่มด่ำความสวยงามของดอกชงโคป่าสีขาวที่ออกดอกบานสะพรั่ง ซึ่งบริเวณภูชี้ฟ้าแห่งนี้ สามารถกางเต็นท์พักแรมได้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ วนอุทยานภูชี้ฟ้า (หัวหน้าฯ 08 1883 4510) หรือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อำเภอเทิง ที่ว่าการ อำเภอเทิง โทร. 0 5379 5345

หอศิลป์ริมน่าน

วันนี้ไม่มีใครไม่รู้จักหอศิลป์ริมน่าน หอศิลป์บนพื้นที่กว่า 13 ไร่อันเกิดจากความมุ่งมั่นของคุณวินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่าน ที่ต้องการสร้างสรรค์บ้านเกิดของตัวเองให้เป็นเมืองแห่งศิลปะอย่างแท้จริง หอศิลป์แห่งนี้ประกอบด้วย อาคารหอศิลป์ สตูดิโอ และบ้านพักรับรอง โดยเก็บรวบรวมงานศิลปะจากมันสมองของศิลปินไทยร่วมสมัยที่มีผลงานการสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

วัดธรรมนิมิตต์

เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2484 และความสำคัญของวัดนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมงคลนิมิตต์ พระพุทธรูปคอนกรีตประดับด้วยกระเบื้องโมเสก ปางประทับเรือ กล่าวคือองค์พระประทับนั่งบนบัลลังก์ ห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระเพลา พระหัตถ์ขวาห้องอยู่ข้างพระองค์ โดยมีขนาดความสูง 34 เมตร ตั้งอยู่เชิงเขา และบนยอดเขายังเป็นจุดชมทัศนียภาพของชลบุรีที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง

วังหลัง

วังหลัง ตั้งอยู่ริมกำแพงพระนครศรีอยุธยาด้านทิศตะวันตก ในเขตโรงงานสุราของกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลังในปัจจุบัน ตรงข้ามกับวัดกษัตราธิราช วังหลังแห่งนี้ มีชื่อปรากฏในพระราชพงศาวดารเป็นครั้งแรกในแผ่นดินสมเด็จพระจักรพรรดิเมื่อคราวมอบราชสมบัติให้สมเด็จพระมหินทราธิราช ในบริเวณนี้เดิมเป็นพระราชอุทยานนอกพระราชวัง

พระธาตุดอยตุง

แวะสักการะพระธาตุที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีความเก่าแก่ สวยงาม และตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราว 2,000 เมตร ซึ่งมองเห็นวิวธรรมชาติ ของเมืองเชียงรายได้อย่างเต็มตา พระธาตุดอยตุงมีลักษณะ เป็นเจดีย์สีทองอร่าม 2 องค์คู่กันในรูปแบบทรงปราสาทยอดทรงระฆังกลมขนาดเล็ก ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยม กรุกระเบื้องดินเผา และถือเป็นพระธาตุประจำปีกุนซึ่งปีกุนในคติล้านนานั้น สัญลักษณ์คือช้าง (กุญชร) ไม่ใช่หมูดังที่เราเข้าใจกัน นอกจากนี้เมื่อถึงเทศกาลนมัสการพระธาตุดอยตุงจะมีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและเพื่อนบ้านจากประเทศใกล้เคียง เช่น ชาวเชียงตุงในรัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์ ชาวหลวงพระบาง เวียงจันทน์ เดินทางเข้ามานมัสการเป็นประจำทุกปี และในฤดูหนาวบรรยากาศรอบองค์พระธาตุจะสวยงามเป็นพิเศษเพราะถูกหมอกสีขาวปกคลุมทั่วบริเวณ

คุ้มขุนแผน

คุ้มขุนแผน ตั้งอยู่ที่ถนนป่าโทน ในตัวเมืองอยุธยาใกล้กับวัด มงคลบพิตร สร้างขึ้นเพื่ออนุรักษ์บ้านของขุนนางในสมัยก่อนไว้ให้ชนรุ่นหลังได้มาศึกษาสถาปัตยกรรมแบบโบราณ กล่าวคือเป็นตัวอย่างของหมู่เรือนไทยภาคกลาง ในรูปแบบเรือนคหบดีไทย เดิมเรือนแห่งนี้เป็นจวนสมุหเทศาภิบาล มณฑลกรุงเก่า

วัดกู่เต้า

แม้ไม่ปรากฏว่าเริ่มสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยใด แต่มีเรื่องเล่าขานกันมาว่าเจดีย์วัดกู่เต้าน่าจะสร้างขึ้นมาในสมัยที่พม่าครอง เมืองเชียงใหม่และอาณาจักรล้านนาทั้งหมด โดยเจดีย์ทรงกลมที่เห็นนี้เป็นที่บรรจุอัฐิของพระเจ้าเม็งชานรธามังดุย ซึ่งเคยยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาตามพระบัญชาของพระมหาอุปราชานันทบุเรง ซึ่งเป็นพระเชษฐาต่างมารดาและ เป็นกษัตริย์พม่าในสมัยนั้น แต่ถูกพระนเรศวรตีแตกพ่ายและยอมสวามิภักดิ์ในเวลาต่อมา และถูกตัดขาดจากพระเจ้านันทบุเรง ทำให้พระองค์ไม่อาจกลับคืนมาตุภูมิได้ จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ที่เมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ.2156 พระมหามังชวยเทา ผู้เป็นพระอนุชาได้จัดถวายเพลิงพระศพ และโปรดให้สร้างสถูปเจดีย์กู่เต้า เพื่อบรรจุอัฐิและพระอังคารธาตุ จากนั้นโปรดให้สร้างวัดขึ้นมาในบริเวณดงไผ่ แล้วตั้งชื่อว่าวัดเวฬุวันกู่เต้า ที่ชาวบ้านเรียกกันสั้นๆ เพียงว่า “วัดกู่เต้า” และปัจจุบันวัดนี้ก็มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “วัดเวฬุวันวนาราม” สำหรับเจดีย์กู้เต้าองค์นี้มีลักษณะแปลกกว่าเจดีย์ล้านนาอื่นๆ กล่าวคือ เจดีย์แต่ละชั้นจะมีซุ้มจระนำประดิษฐาน พระพุทธรูปปางต่างๆ ทั้ง 4 ด้าน มีการนำกระจกสีมาประดับเป็นรูปดอกไม้เล็กๆ อย่างประณีต อย่างไรก็ตาม มีการสันนิษฐานว่าเดิมองค์เจดีย์น่าจะเป็นแค่ปูนเกลี้ยงๆ การนำกระเบื้องมาประดับบนเจดีย์นั้น น่าจะเกิดขึ้นภายหลังเมื่อครั้งมีการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากการนำกระเบื้องสีของถ้วยชามมาประดับ เป็นลวดลายตามวัด ถือเป็นความนิยมในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในสมัยที่ไทยมีการติดต่อค้าขายกับประเทศจีน นอกจากนี้ ส่วนยอดของเจดีย์กู่เต้านั้น มีเจดีย์สีทององค์เล็กและปลายยอดเจดีย์ประดับด้วยฉัตร ลักษณะของศิลปะแบบพม่าดูงดงามไม่น้อยทีเดียว

เพลินวาน

เป็นหมู่บ้านย้อนยุคที่มีชีวิต (Eco Vintage Village) ที่จำลองบรรยากาศร้านรวงต่าง ๆ ในยุค พ.ศ.2499 มาไว้ให้แห่งเดียว เพื่อให้คนรุ่นเก่าได้ย้อนวันวานและให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ พร้อมดื่มด่ำไปกับวัฒนธรรมดั้งเดิม เพลินวานจึงถือกำเนิดขึ้นตามแนวคิด “Play and Learn วันวาน” อาคารไม้สองชั้นใจกลางเพลินวาน เป็นแหล่งรวมเรื่องราวความทรงจำในอดีต ร้านค้าภายในเพลินวานถูกจัดแบบย้อนยุค ตกแต่งด้วยป้ายโฆษณาย้อนยุค โปสเตอร์หนังยุคมิตร เพชรา หน้าหนังสือแฟชั่นข้าวของเครื่องใช้และของสะสมต่างๆ ที่ทำให้หวนนึกถึงความหลัง